ระวังหลังให้ดี! ‘ปวดหลัง’ แบบไหนส่ออันตราย ต้องรีบพบแพทย์ด่วน!

ขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-โรคกระดูกสันหลัง
โรงพยาบาลเวชธานี

คำถามยอดนิยมอันดับ 1 ของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังคงจะหนีไม่พ้น
“อาการปวดหลังที่กำลังเป็นอยู่เกิดจากอะไร และอันตรายหรือไม่?”
ซึ่งหากคุณเป็นหนึ่งที่เคยมีอาการปวดหลังและเกิดคำถามดังกล่าวขึ้นในใจวันนี้
นพ.ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-โรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี จะมาอธิบายให้เราทราบกัน
อาการปวดหลังเกิดได้หลายสาเหตุ และเกิดได้จากอวัยวะหลายส่วน
ซึ่งความอันตรายของการปวดหลังในผู้ป่วยแต่ละรายนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุและตำแหน่งที่เกิดอาการ
โดยอวัยวะที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เช่น กล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณหลัง, กระดูกสันหลังและข้อต่อหลัง,
หมอนรองกระดูกสันหลัง, ไขสันหลังและรากประสาทหลัง
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง
เกิดจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ, การเสื่อมสภาพตามอายุและการใช้งาน, ความผิดปกติแต่กำเนิด,
มะเร็งและเนื้องอกต่างๆ การติดเชื้อ
ซึ่งหากอยากทราบว่าอาการปวดหลังที่เป็นอยู่นั้นเกิดจากสาเหตุอะไร คนไข้ต้องสังเกตเวลาปวดว่ารู้สึกปวดแบบใด
เนื่องจากอาการปวดแต่ละอย่างก็เป็นตัวช่วยในการวินิจฉัยโรคได้เช่นกัน
หากปวดล้าๆ เมื่อยๆ มีจุดที่กดแล้วปวดมากขึ้น สาเหตุอาจเกิดจาก ‘กล้ามเนื้อ’
หรือ หากปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อต เช่น ร้าวจากคอไปปลายนิ้วมือ
สาเหตุเหล่านี้อาจเกิดจาก เส้นประสาทที่ถูกกดเบียดได้
หากปวดตรงแนวกระดูกกลางหลังพอดีก็มักจะเกิดจากตัวกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง
หรือเอ็นยึดระหว่างกระดูกสันหลัง
หากเยื้องออกมาด้านข้าง อาจจะเป็นจากกล้ามเนื้อหลัง
นอกเหนือจากนั้น อาการปวดที่ตำแหน่งจำเพาะบางตำแหน่ง ก็สามารถบอกได้ถึง
บริเวณที่เส้นประสาทแต่ละเส้นวิ่งไปเลี้ยงได้

หากมีอาการอื่นนอกเหนือจากการปวดแล้ว เช่น อาการชา หรืออาการอ่อนแรงร่วมด้วย
ก็ต้องสงสัยไปที่ความผิดปกติของระบบประสาทหรือเส้นประสาท
ยิ่งหากคนไข้สังเกตอาการตนเองว่าอยู่ในท่าไหน แล้วรู้สึกปวดมากขึ้นหรือน้อยลงก็จะช่วยได้มาก
เช่น หากก้มหรือแอ่นตัวแล้วปวดมากขึ้น ก็มีแนวโน้มจะเป็นโรคจากหมอนรองกระดูกสันหลังหรือข้อต่อหลัง
และหากยิ่งนึกได้ว่าก่อนที่จะมีอาการปวดหลังนั้นไปทำอะไรมาหรือไม่ เช่น เล่นกีฬา ยกของหนัก นั่งนานๆ
หรือไปเกิดอุบัติเหตุมา ประวัติส่วนนี้ก็มีประโยชน์สำหรับแพทย์ในการวินิจฉัยสาเหตุของโรคปวดหลัง
อาการปวดหลังที่มีอันตรายและต้องรีบพบแพทย์
1. มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมกับอาการปวดหลัง
2. อาการปวดหลังในคนที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีหรือมากกว่า 55 ปี
3.อาการปวดในขณะพักหรือไม่มีกิจกรรม
4. อาการปวดที่หลังบริเวณทรวงอก
5. น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
6. มีไข้ร่วมกับการปวดหลังไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ
7. ประสบอุบัติเหตุก่อนจะปวดหลัง
8. มีประวัติของการเจ็บป่วยเป็นมะเร็งของคนในครอบครัว
9. สังเกตพบความคดผิดรูปของหลัง
อาการต่างๆ ที่แพทย์กล่าวมาแล้วนั้นเป็นอาการของโรคปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุที่รุนแรง
เช่น มะเร็ง กระดูกหลังหักหรือเคลื่อน และโรคติดเชื้อ
ซึ่งสาเหตุเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรจะได้รับการรักษาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว