แม่ด.ญ. 4 ขวบรับใช้ไม้ตีลูกจริงอ้างเด็กมาขอเงินซื้อขนมไม่มีให้ จน-เครียดสามีไม่ส่งเสีย
กรณีมีผู้โพสต์ในเพจของชาวสมุย เป็นข้อความและรูปภาพของเด็กผู้หญิงลูกครึ่งอายุประมาณ 4 ขวบ ถูกทำร้ายที่ใบหน้าจนเป็นแผลเลือดออก มีร่องรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย ทราบชื่อว่าน้องมินนี่ เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย อาศัยอยู่กับแม่คนไทย อายุ 35 ปี และยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คนอายุ 8 เดือนเป็นลูกครึ่งไทย-จีน มาเลเซีย ในห้องเช่ารวม 3 คน บริเวณปากซอยพูลสวัสดิ์ ม.3 ต.บ่อผุด โดยน้องมินนี่มักจะถูกแม่แท้ๆ ดุด่าและตีเป็นประจำ และมักจะอาศัยอยู่แต่ในห้อง จนเพื่อนบ้านเห็นว่าน้องมินนี่มีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง จึงนำตัวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด พร้อมส่งน้องมินนี่ไปตรวจร่างกายที่รพ.เกาะสมุย และให้ดูแลสภาพจิตใจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำแม่ของน้องมินนี่ โดยยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว เพื่อนบ้านทนไม่ไหว เด็กหญิงลูกครึ่งวัย 4 ขวบ โดนแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกาย
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูอาการน้องมินนี่ที่โรงพยาบาลเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยแพทย์ได้รับตัวน้องมินนี่มารักษาและดูแลอาการอย่างใกล้ชิดจากการสังเกตอาการพบว่า วันนี้น้องมินนี่มีอาการสดใสขึ้น ไม่มีอาการหวาดกลัว พูดจาโต้ตอบ อย่างยิ้มแย้ม แม้จะมีบาดแผลตามร่างกาย เมื่อถามว่าเจ็บแผลหรือไม่ น้องมินนี่ก็ตอบอย่างไร้เดียงสาว่า “ไม่เจ็บไกลหัวใจ”
น.ส.ดวงใจ เพ็งพิพาทย์ แม่บ้านของโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่เข้าช่วยเหลือน้องมินนี่ กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 21 ก.ค. เห็นน้องมินนี่เดินออกมาหน้าโรงแรม เพราะถูกแม่แท้ๆถือไม้กวาดไล่ตีออกมา และเห็นเด็กมีเลือดไหลที่ใบหน้า ตัวสั้น มีอาการหวาดกลัว ด้วยความตกใจจึงอุ้มน้องมินนี่ไปแอบไว้ ก่อนจะปรึกษากับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งแนะนำให้นำตัวน้องมินนี่ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ่อผุด
ขณะที่ก่อนหน้านี้ 3 วันก็พบว่าน้องมินนี่ถูกแม่ตีอย่างหนัก เพื่อนบ้านจะเข้าไปช่วยเหลือ ก็ถูกแม่ของเด็กต่อว่า ก่อนจะพากลับเข้าบ้านและตั้งแต่มาทำงานที่นี่ได้ 1 ปีกว่า ก็พบเห็นแม่ของน้องมินนี่ตีลูกสาวอยู่เป็นประจำ เมื่อสอบถามน้องมินนี่ว่าเกิดอะไรขึ้น น้องก็ตอบว่าถูกแม่ใช้ไม้กวาดตี เมื่อถามว่าเจ็บไหมน้องก็ตอบว่าไม่เจ็บ
นอกจากนี้ ยังทราบว่าน้องมินนี่มีพ่อเป็นชาวต่างประเทศ ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูมาประมาณ 2 ปี และแม่ก็มาได้สามีใหม่ เป็นคนชาวมาเลเซียจนมีลูกด้วยกันอีก 1 คน อายุ 6 เดือน ก่อนจะเลิกกับสามีคนนี้ไปอีกและก็ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดู จนอาจทำให้แม่ของน้องมินนี่เกิดอาการเครียด ที่ไม่มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และทางพนักงานโรงแรมที่ทราบข่าว ก็ช่วยกันรวบรวมเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลของน้องได้ 1,660 บาท และเจ้าของห้องเช่าได้ช่วยเหลือ โดยการไม่คิดค่าเช่าที่ติดค้างอยู่ทั้งหมดประมาณ 25,000 บาท
ด้าน พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด กล่าวว่า เพื่อนบ้านที่พักอยู่ข้างเคียงกันได้ยินเสียงเด็กร้อง ก็เลยช่วยเหลือนำตัวมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรับแจ้งก็ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ เลขที่ 906 ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ก็ไปพบแม่ของเด็กทราบชื่อว่า น.ส.แอ๊ว อายุ 37 ปี เป็นชาวจังหวัดลำปาง จึงนำตัวมาที่สถานีตำรวจ จากการซักถามจนทราบว่า สามีที่เป็นชาวมาเลเซียไม่ยอมส่งเงินมาส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว ขณะที่ยังค้างจ่ายค่าห้องพัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมา ส่วนเหตุการณ์ในวันนี้อาจเกิดจากเด็กอยากกินขนมเลยไปขอเงินแม่ แต่แม่ไม่มีเงินให้ จนเกิดความเครียดใช้ไม้กวาดตีลูกสาว
ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้นักจิตวิทยาของโรงพยาบาลเกาะสมุย เข้ามาช่วยดูแลเด็กที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเกาะสมุย เนื่องจากเป็นเรืองของกฎหมายเด็ก ในเบื้องต้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับเด็ก ได้เชิญนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับพนักงานอัยการ สหวิชาชีพ ร่วมสอบปากคำเด็กที่โรงพยาบาลเกาะสมุย
ขณะที่ น.พ.ธีระศักดิ์ วิริยานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย กล่าวว่า สภาพเด็กตอนนี้มีแต่รอยพกช้ำและรอยถลอก สภาพจิตใจอยู่ในเกณฑ์ที่ดีร่าเริงเล่นกับเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ ไม่มีการเรียกร้องอะไร และไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ถูกทำร้าย ปัญหาดังกล่าวนี้คาดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กซ้ำซาก ที่จะส่งผลกระทบฝังลึกกับจิตใต้สำนึก ที่อาจส่งผลกระทบกับพฤติกรรมในอนาคตได้
จึงอยากฝากถึงครอบครัวทุกครอบครัวว่า เด็กทุกคนที่เกิดขึ้นในครอบครัวนั้นถือว่าเป็นผลิตผลของพ่อแม่ การเกิดความรุ่นแรงในครอบครัวจะมีผลกระทบกับอนาคตของเด็กอย่างมาก อยากฝากปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวอย่าไปลงกับลูก